มจธ.ติดอันดับ 1 ใน 400 มหาลัยที่ดีที่สุดในโลก

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2557 Times Higher Education (THE) World University Rankings 2014 – 2015 จัดขึ้นโดย Thomson Reuters ซึ่งเป็นสำนักจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกชื่อดังของประเทศอังกฤษ ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำที่ดีที่สุดในระดับนานาชาติ ได้ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ยังคงเป็นมหาวิทยาลัยไทยแห่งเดียวที่ติดอันดับ 1 ใน 400 ของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลกติดต่อกันเป็นปีที่ 3

โดยในปีล่าสุดนี้ มจธ. ได้รับการจัดอันดับ ให้อยู่ในอันดับที่ 376 โดยปีนี้มี มหาวิทยาลัยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ติดอันดับเข้าไปเพียง 3 แห่งเท่านั้น คือ University of Singapore (NUS) จาก สิงค์โปร์ ติดอันดับ 25 ของโลก ครองอันดับ 1 ในภูมิภาค

อันดับ 2 ของเอชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ Nanyang Technological University (NTU) จาก สิงคโปร์ อันดับ 61 ของโลก

และอันดับ 3 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จากประเทศไทย อันดับ 376 ของโลก

ส่งผลให้ มจธ.กลายเป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการจัดอันดับให้มีความเป็นเลิศด้านงานวิจัย ซึ่งคะแนนในปีนี้มจธ.ทำคะแนนดีด้านคุณภาพการสอน [Teaching] ได้คะแนน 16.7 (จาก 13.0 เมื่อปีที่ผ่านมา) เนื่องจากมหาวิทยาลัยมีสัดส่วนของนักศึกษาระดับปริญญาเอกที่เข้ามาและจบไปเพิ่มมากขึ้น และสัดส่วนจำนวนอาจารย์ผู้สอนต่อนักศึกษามีสัดส่วนดีขึ้น ประกอบกับจากผลการจัดอันดับต่างๆ ทำให้มหาวิทยาลัยเป็นที่รู้จักมากขึ้นส่งผลให้ได้คะแนน Teaching reputation ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาและยังคงเป็นมหาวิทยาลัยเดียวของไทย ที่ได้รับการจัดอันดับต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ที่ติด 1 ใน 400 ของโลก

อนึ่งท่ามกลางแสวิพากษ์วิจารณ์สถาบันอุดมศึกษา แต่กลับมีองค์กรจัดอับดับด้านคุณภาพการศึกษาจากต่างประเทศหลายแห่ง จัดอันดับให้ มจธ.เป็นมหาวิทยาลัยดีเด่นในหลายๆ ด้าน ในปีเดียวกันนี้ กล่าวคือนอกจากในส่วนของ THE แล้ว มจธ. ยังมีผลการจัดอันดับในสถาบันอื่นๆ อาทิ เป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวอันดับ 2 ของประเทศจากการจัดอันดับของ UI Green Metric Ranking 2013 มีผลงานด้านการวิจัยเป็นอันดับ 8 ของประเทศ จากการจัดอันดับของ Scimago World Ranking 2014 (อันดับที่ 1 ด้าน Normalize Impact และ อันดับ 2 ด้าน Excellence Rate) และสาขาวิชาวิศวกรรมโยธาติดอันดับเป็นที่ 1 ของประเทศ จากการจัดอันดับของ QS World Ranking by Subject 2013 เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม Times ได้ใช้ตัวชี้วัด 13 ข้อในการประเมิน โดยมีมหาวิทยาลัยกว่า 700 แห่งเข้าร่วม ตัวชี้วัด 13 ข้อแบ่งเป็น คุณภาพการสอน [Teaching] (สภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ของนักเรียน) 30 %, คุณภาพงานวิจัย [Research] (ปริมาณ, รายได้ และชื่อเสียงของงานวิจัย) 30 %, การอ้างอิงในงานวิจัย [Citations] (อิทธิพลของการนำงานวิจัยของสถาบันไปอ้างอิง) 30 % , รายได้ทางอุตสาหกรรม [Industry income] (นวัตกรรมที่เป็นสิ่งใหม่ในวงวิชาการที่มหาวิทยาลัยคิดค้นขึ้น) 2.5 % และ ความเป็นนานาชาติจากสายตาภายนอก [Inter-outlook] (อาจารย์ นักศึกษาต่างชาติและงานวิจัยร่วมกับนานาชาติ) 7.5 %

การจัดอันดับของ Times Higher Education ยังมีการถ่วงน้ำหนักการเปรียบเทียบความเท่าเทียมกันของอำนาจซื้อ (Purchasingpower parity หรือ PPP) ซึ่งเป็นค่าประมาณสำหรับอัตราแลกเปลี่ยนที่จำเป็นสำหรับอำนาจซื้อของสกุลเงินที่แตกต่างกันความเท่าเทียมกันของอำนาจซื้อในบางครั้งจะใช้เป็นดัชนีเปรียบเทียบคุณภาพชีวิตของประชาชนในประเทศ

นอกจากนี้ ในการจัดอันดับดังกล่าว ยังได้แบ่งกลุ่มการจัดอันดับเป็น 5 กลุ่มตามสาขาวิชา ได้แก่ กลุ่มสาขาวิชาแพทยศาสตร์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ (Clinical, pre-clinical & health) กลุ่มสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Life Science) กลุ่มสาขาวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ (Physical Sciences) กลุ่มสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี (Engineering & Technology) กลุ่มสาขาวิชาศิลปะและมนุษยศาสตร์ (Arts & humanities) และกลุ่มสาขาวิชาสังคมศาสตร์ (Social Sciences)

การจัดอันดับในครั้งนี้ยังคงใช้เกณฑ์การจัดอันดับ 5 ด้านเหมือนที่ผ่านมา มจธ.มีคะแนนในแต่ละกลุ่มหลัก 5 กลุ่ม ดังนี้ คุณภาพการสอน (Teaching) ได้คะแนน 16.7, คุณภาพงานวิจัย (Research) ได้คะแนน 10.0, การอ้างอิงในงานวิจัย (Citations) ได้คะแนน 75.0, รายได้ทางอุตสาหกรรม (Industry income) ได้คะแนน 56.5 และความเป็นนานาชาติจากสายตาภายนอก (Inter-outlook) ได้คะแนน 22.5 ซึ่งจุดแข็งสำคัญที่ทำให้มหาวิทยาลัยได้รับการจัดอันดับในครั้งนี้คือคุณภาพของการวิจัย

จากผลการจัดอันดับในปีนี้ เมื่อพิจารณาแล้วพบว่าคะแนนตัวชี้วัดย่อย 13 ตัวชี้วัดมีคะแนนภาพรวมคงเดิมหรือเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย โดยตัวชี้วัดที่ มจธ. สามารถทำคะแนนได้ดีที่สุด ได้แก่ Normalization Citation Impact ได้ 75 คะแนน​ โดยมีคะแนนสูงขึ้นในเกือบทุกสาขาวิชาโดยเฉพาะ ด้านวิศวกรรม​ศาสตร์​และเทคโนโลยี่ วิทยาศาสตร์​กายภาพ​ และสังคมศาสตร์

Source: http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9570000113812

สายวิชาเทคโนโลยีวัสดุติดอันดับ 1 ใน 3 ที่ดีที่สุดในประเทศ

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2559 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ประกาศผลการประเมินผลงานวิจัยเชิงวิชาการ ของสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย ครั้งที่ 3 สายวิชาเทคโนโลยีวัสดุ มจธ. ได้รับการจัดอันดับ 1 ใน 3 ที่ดีที่สุดในประเทศ ในกลุ่มสาขาที่ 2.5 Material Technology, Material Engineering, Material Sciences, Polymer Technology เหมือนเช่นการจัดอันดับครั้งที่ 1 และ 2 ที่ผ่านมา

Source: http://evaluation.trf.or.th/Documents/meeting01032559/AjNarumon.pdf